4. ถ้าทารกจะต้องกินนมชนิดอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ เขาจะต้องกินนมสังเคราะห์สำหรับทารก (นมผสม) จนถึงอายุ 9 เดือนเป็นอย่างน้อย
ไม่จริง ถ้าทารกได้กินนมแม่อย่างน้อยสองสามครั้งต่อวัน และได้รับอาหารเสริมหลากหลายชนิดในปริมาณที่เหมาะสม นมผสมก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นและไม่ใช่สิ่งที่ทารกต้องการ ความจริงแล้วทารกที่ไม่เคยกินนมผสมก่อนอายุ 5-6 เดือน มักจะไม่ยอมกินนมผสมเพราะมันมีรสชาติค่อนข้างแย่ (ถ้าคุณต้องการคำยืนยันเพื่อให้ตัวเองเชื่อว่า เรารู้จักนมแม่น้อยเพียงใด ลองถามตัวเองดูว่า ทำไมทั้งที่นมแม่และนมผสมมีปริมาณน้ำตาลพอๆ กัน แต่นมแม่กลับมีรสหวานกว่ามาก) ถ้าคุณแม่ต้องการให้ลูกกินนมชนิดอื่น ก็สามารถให้นมโฮโมจีไนส์*กับทารกอายุ 6 เดือนได้ แต่จะต้องให้อาหารอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ความจริงถ้าทารกสามารถกินอาหารเสริมได้หลากหลายชนิดแล้ว และได้กินนมแม่ 3-4 ครั้งต่อวัน และมีการเจริญเติบโตตามเกณฑ์ปกติ ให้เขากินนมโฮโมจีไนส์หรือนมที่มีไขมัน 2% ก็พอแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอยู่ดี
*นมโฮโมจีไนส์ คือ นมที่ผ่านขบวนการทำให้เนื้อนมกับเนื้อครีมไม่แยกตัวออกจากกัน สำหรับนมโคที่มีขายในท้องตลาด ทั้งนมสดพาสเจอร์ไรส์และนมสดยูเอชทีจัดว่าเป็นนมโฮโมจีไนส์ทั้งคู่ แต่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อที่แตกต่างกัน
5. ทารกต้องดื่มนมเพื่อให้ได้แคลเซียม
ไม่จริง ถ้าคุณกังวลว่าทารกจะได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ คุณสามารถให้เขากินชีสหรือโยเกิตก็ได้ ไม่มีความจำเป็นต้องดื่มเพื่อให้ได้แคลเซียม นอกจากนี้แล้วถ้าทารกได้กินนมแม่ นมแม่ก็มีแคลเซียมด้วยเหมือนกัน
6. นมผสมสำหรับทารก 6 เดือนขึ้นไป เป็นสูตรที่ดัดแปลงเป็นพิเศษสำหรับทารกอายุ 6-12 เดือน
ไม่จริง นมผสมชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งจำเป็นเลยแม้แต่น้อย และมันถูกดัดแปลงเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการในการหากำไรของบริษัทผลิตนมผสมต่างหาก มันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาดที่พยายามหลีกเลี่ยงข้อกำหนดในการเผยแพร่โฆษณานมผสมสำหรับทารกออกสู่สาธารณชน (ซึ่งบริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่ใจกับข้อกำหนดเหล่านี้) ตอนนี้มีนมผสมสูตรพิเศษสำหรับเด็กวัย 1-3 ปีออกวางขายแล้ว ดูเหมือนว่าคนบางคนก็พร้อมที่จะซื้อสินค้าทุกอย่าง และเนื่องจากผู้ผลิตคิดถึงแต่เรื่องผลกำไรเพียงอย่างเดียว ในไม่ช้าเราก็คงจะมีนมผสมตั้งแต่แรกเกิดไปจนตาย
7. ทารกที่กินนมแม่ เมื่ออายุ 4 เดือน ควรจะต้องได้รับธาตุเหล็กมากกว่าปริมาณที่เขาจะได้รับจากนมแม่เพียงอย่างเดียว
ไม่จริง ทารกที่คลอดตามกำหนดและกินนมแม่เพียงอย่างเดียว จะได้รับธาตุเหล็กจากนมแม่ในปริมาณที่เพียงพอกับที่เขาต้องการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อทารกอายุประมาณ 6 เดือน ก็เป็นเรื่องดีที่จะให้เขาได้รับธาตุเหล็กเพิ่มเติมจากปริมาณที่เขาได้รับจากนมแม่ วิธีที่ดีที่สุดที่ทารกจะได้รับธาตุเหล็ก คือ จากอาหาร และอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงก็ คือ เนื้อสัตว์ ไม่ใช่นมผสมหรือซีเรียลสำหรับทารก
8. วิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ทารกได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ คือให้เขากินซีเรียลสำหรับทารก
ไม่จริง แน่นอนว่าซีเรียลสำหรับทารกมีธาตุเหล็กอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่ไม่สามารถดูดซึมได้ และธาตุเหล็กที่ดูดซึมไม่ได้เหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกในทารกบางคนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทารกที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียวจนถึง 5-6 เดือนบางคนจะไม่ชอบกินซีเรียล การให้กินซีเรียลไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่การบังคับให้ทารกกินสิ่งที่เขาไม่อยากกินอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการป้อนอาหารอื่นๆ ให้เขาในภายหลัง
วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ทารกได้รับธาตุเหล็กอย่างแน่นอนและเพียงพอ คือ การให้กินนมแม่ต่อไปและเริ่มให้ทารกกินอาหารเสริมด้วยวิธีการที่ผ่อนคลายและสนุกสนานในจังหวะเวลาที่เหมาะสม (ดูแผ่นพับที่ 16 เรื่องการเริ่มให้อาหารเสริม) จังหวะเวลาที่เหมาะสมก็คือเมื่อทารกเริ่มแสดงความสนใจกับการกิน โดยเขาจะเริ่มยื่นมือมาคว้าและพยายามจะกินอาหารที่พ่อแม่หรือสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัวกำลังกินอยู่
โดยทั่วไปเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นตอนทารกอายุประมาณสี่เดือนครึ่งถึงห้าเดือนครึ่ง ทารกวัยนี้สามารถกินอาหารที่พ่อแม่กินได้แล้ว (โดยมีข้อยกเว้นบางประการ) คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลมากเกินไปว่าจะต้องหัดให้เขาเริ่มกินอาหารชนิดใดก่อนตามลำดับก่อนหลัง หรือพยายามให้ทารกกินอาหารเพียงชนิดเดียวต่อสัปดาห์ วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะให้ทารกวัย 6-12 เดือนได้รับธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น คือ ให้กินเนื้อสัตว์ ซึ่งมีธาตุเหล็กที่ทารกสามารถดูดซึมได้ดี ควรเริ่มป้อนอาหารเสริมให้ทารกด้วยวิธีการที่ทำให้เขารู้สึกสนุกกับการกิน และทารกก็จะสามารถกินอาหารที่มีธาตุเหล็กได้ดี